สาระน่ารู้

การฉีดโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกซ์

ความงาม

โบท็อกซ์ คือสารโบทูลินุม (Botulinum) ซึ่งมีอยู่ในธรรมชาติ ผ่านกรรมวิธีทำให้บริสุทธิ์แล้วฉีดเข้าผิวหนังชั้นกล้ามเนื้อ สารโบทูลินุมจะออกฤทธ์ที่กล้ามเนื้อเพื่อให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อ ดังนั้นรอยย่นของผิวหนังที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว รอยหางตา จะคลายออก มีการใช้สารโบท็อกซ์เพื่อรักษาริ้วรอยกันอย่างแพร่หลายในคนกว่าล้านคน เป็นระยะเวลานานกว่าสิบปีแล้ว ดังนั้นจึงมั่นใจได้ในประสิทธิภาพและความปลอดภัย

 โบท็อกซ์ออกฤทธิ์อย่างไร
โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์โดยการทำให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว ผู้ที่ถูกฉีดสามารถแสดงสีหน้าและใช้กล้ามเนื้อใบหน้าได้เหมือนเดิม เพียงแต่จะเกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อกลุ่มที่ทำให้เกิดริ้วรอย
 
โบท็อกซ์ได้ผลดีในกรณีใด
โบท็อกซ์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางสำหรับการลดริ้วรอยที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว หางตา โบท็อกซ์ยังสามารถลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณกราม ทำให้ขนาดของกล้ามเนื้อกรามเล็กลง ใบหน้าเรียวขึ้น อย่างไรก็ตาม ริ้วรอยที่บริเวณข้างจมูกที่เป็นเส้นจนถึงมุมปาก หรือที่เรียกว่าร่องแก้ม ไม่ได้เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ ดังนั้นการฉีดโบท็อกซ์จะไม่ช่วยในกรณีดังกล่าว นอกจากนี้โบท็อกซ์ยังสามารถออกฤทธิ์ที่ปลายประสาทที่ควบคุมการหลั่งเหงื่อ ดังนั้นจึงสามารถใช้เพื่อลดเหงื่อในกรณีที่เหงื่อออกมาก เช่น เหงื่อออกมากที่ใต้วงแขน ที่ฝ่ามือ
 
ผลที่ได้รับ
ภายใน 3 วัน จะเริ่มเห็นว่ากล้ามเนื้อเริ่มคลายตัวอย่างช้าๆ จนกระทั่งจะเห็นผลชัดเจนที่ 2 สัปดาห์หลังฉีด การรักษาวิธีนี้จึงเป็นที่นิยม เพราะได้ผลเร็ว ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น ผลจากการที่กล้ามเนื้อคลายตัวจะอยู่ได้เฉลี่ย 4 เดือน หลังจากนั้นผู้ถูกฉีดจะกลับไปเหมือนก่อนตอนฉีดเท่านั้น ไม่ได้แย่ลงกว่าเดิมแต่อย่างใด
 
การปฏิบัติตัวหลังฉีดโบท็อกซ์
ภายหลังฉีด สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ ควรอยู่ในท่าที่ศรีษะที่ตั้งตรง เช่น เดิน นั่ง ประมาณ 4 ชั่วโมงไม่ควรนอน สามารถทำตัวได้ตามปกติ ล้างหน้าและใช้เครื่องสำอางได้เลย ควรเว้นการนวดหน้าในช่วงสัปดาห์แรก
 
ข้อควรระวัง
ไม่ควรฉีดโบท็อกซ์ในผู้ที่มีความผิดปกติของระบบประสาทส่วนปลาย และกล้ามเนื้อ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีปัญหาทางจิตเวช นอกจากนี้ต้องระวังโบท็อกซ์ทีไม่ได้รับรองโดยองค์การอาหารและยาซึ่งสามารถพบได้บ่อย