สาระน่ารู้

เลเซอร์เพื่อความงาม

เลเซอร์เพื่อความงาม

ความงาม
ปัจจุบันนี้ได้มีการนำเลเซอร์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ทางการแพทย์มาใช้ทางผิวหนังไม่ว่าจะเป็นการช่วยรักษาโรคทางผิวหนังบางชนิด หรือเพื่อความงามโดยตรง จะเห็นได้ว่ามีเลเซอร์ใหม่ๆ ชื่อแปลกๆ ออกมาแทบทุกเดือน  แต่ละเครื่องก็มีคุณสมบัติโดดเด่นแตกต่างกันไป บางคนไปทำมาแล้วได้ผลดีคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป แต่ในขณะที่อีกหลายคนทำแล้วไม่ได้ผล หรือเกิดผลข้างเคียง ทำให้ต้องเสียเงินไปโดยไม่จำเป็น และมีอีกหลายคนที่ทำตามกระแสโฆษณาโดยที่ไม่รู้ว่าที่จริงแล้วคืออะไร ดังนั้นเราควรมาทำความรู้จักกับเลเซอร์เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นกันดีกว่า 
 
  
ชนิดและคุณสมบัติของเลเซอร์ที่ใช้เพื่อความงาม
 
คำว่าเลเซอร์ หรือภาษาอังกฤษเขียนว่า LASER ย่อมาจากคำเต็มว่า Light Amplification by Stimulated Emission of Radiation หลักการคือเครื่องจะยิงอนุภาคโฟตอนไปกระทบกับวัตถุตัวกลางที่อยู่ภายใน ทำให้เกิดการชนและการสะท้อนไปมา เป็นปฏิกิริยาต่อเนื่องจนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น หลังจากนั้นพลังงานจะถูกรวบรวมและถูกปล่อยออกมาทางท่อที่ได้ออกแบบไว้ ซึ่งเราสามารถนำพลังงานดังกล่าวไปใช้ในการรักษาภาวะต่างๆ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องเลเซอร์นั้นๆ 

เลเซอร์แตกต่างจากแสงที่เรามองเห็นคือเลเซอร์ มีช่วงความยาวคลื่นเดียว และเดินทางเป็นเส้นตรง ดังนั้นพลังงานจึงสูงมาก ไม่เหมือนแสงจากหลอดไฟที่จะกระจัดกระจาย ไม่เป็นระเบียบ เลเซอร์มีใช้ในทางการแพทย์มานานหลายสิบปีแล้ว แต่ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาเลเซอร์ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย 

 

ปัญหาความงามที่สามารถใช้เลเซอร์รักษาได้ผลดีมีดังนี้

1. ไฝ ขี้แมงวัน กระเนื้อ ติ่งเนื้อ หูด ตุ่มและก้อนบางชนิด สามารถทำได้โดยเลเซอร์ที่มีความสามารถในการตัดและเผา ขั้นตอนการรักษาจะยุ่งยากหรือไม่ขึ้นอยู่กับชนิดของปัญหา เช่น การรักษาติ่งเนื้อเล็กๆ สามารถทำได้โดยใช้ยาชาชนิดทาและใช้เวลารักษาเพียงไม่กี่นาที แผลหายภายใน 3-5 วัน หากเป็นไฝและขี้แมงวัน แผลจะหายใน 5-10 วัน ขึ้นอยู่กับขนาดและความลึก 

2. สีผิวเข้ม เช่นปานสีน้ำตาล ปานดำ กระตื้น กระลึก กระแดด รอยสักและรอยดำบางชนิด สามารถลดความเข้มข้นของสีลงด้วยเลเซอร์กลุ่มคิวสวิทช์ (Q-switched) ที่มีความสามารถในการจับเม็ดสีส่วนเกิน ในบางกรณีเช่นกระตื้นและกระแดด ใช้การรักษาเพียง 1-2 ครั้งรอยดำจะจางลง ในขณะที่กระลึก ปานชนิดลึก และรอยสักต้องทำการรักษาซ้ำหลายครั้งจนกว่าสีจะจางลงถึงระดับที่ต้องการ 

3. เส้นเลือดฝอยที่ใบหน้าหรือขา รวมทั้งรอยแดง ปานแดง และแผลเป็นชนิดสีแดง สามารถทำให้ดีขึ้นได้ด้วยเลเซอร์ที่มีความจำเพาะเจาะจงกับเม็ดเลือดแดง เช่น เลเซอร์เพาซ์ดาย (Pulsed dye Laser) ซึ่งมีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 585-595 นาโนเมตร

4. กำจัดขน เป็นเลเซอร์ที่มีความจำเพาะต่อเม็ดสีที่อยู่ที่บริเวณรากขน หลังรับการรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง เส้นขนจะเล็กลง จำนวนน้อยลง ขึ้นช้าลง จนอาจหายไปหมดได้  แต่อย่างไรก็ตามเลเซอร์กำจัดขนอาจจะไม่ได้ทำให้ขนหายไปอย่างถาวร

5. แผลเป็นชนิดหลุม และริ้วรอย สามารถใช้เลเซอร์ชนิดที่ทำให้เกิดความร้อนใต้ผิวหนังที่เพียงพอที่จะกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ที่นิยมกันในปัจจุบันคือเลเซอร์กลุ่มแฟรกชันแนลเลเซอร์ (Fractional Laser) เป็นเลเซอร์จะถูกยิงออกมาในลักษณะเป็นจุดๆ โดยจะเว้นผิวปกติไว้บางส่วน ทำให้แผลหายเร็ว เลเซอร์กลุ่มนี้กระตุ้นคอลลาเจนได้ดี ผู้ป่วยใช้เวลาพักฟื้น 2-5 วันแล้วแต่ชนิดของเลเซอร์  นอกจากใช้รักษาแผลเป็นแล้ว เลเซอร์กลุ่มนี้ยังสามารถใช้กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนในผิวชั้นลึก เพื่อชะลอปัญหาริ้วรอยก่อนวัยได้อีกด้วย

ปัจจุบันมีการพัฒนาเคื่องมือแพทย์เพื่อแก้ปัญหาความงามอื่นๆอีกมาก โดยเฉพาะปัญหายอดฮิตที่พบได้บ่อยคือ เรื่องผิวหย่อนคล้อย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น จากเมื่อก่อนใบหน้าและลำคอเรียวสวย พออายุมากขึ้นเริ่มมีร่องแก้ม คางเป็นสองชั้น หนังตาเริ่มตก  เครื่องมือที่ใช้ได้ดีสำหรับปัญหากลุ่มนี้ได้แก่ เครื่องอาร์เอฟ หรือที่มาจากชื่อเต็มว่า Radiofrequency และเครื่องโฟกัสอัลตร้าซาวน์ (Focused Ultrasound) วิธีดังกล่าวเหมาะสำหรับผู้ที่กลัวการผ่าตัด เพราะไม่มีแผล สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังรักษา

 

โทษหรือข้อจำกัดของการใช้เลเซอร์เพื่อความงาม

แม้การใช้เลเซอร์เพื่อรักษาในเรื่องความงามจะให้ผลรักษาที่ค่อนข้างดี แต่หลักการทำงานของเลเซอร์คือทำให้เกิดความร้อนที่ผิวหนัง ดังนั้นอาจมีผลกระทบที่เลี่ยงไม่ได้เช่น ทำให้เกิดการแดง หรือ ดำ หรือรอยด่างได้ โดยส่วนมากจะเป็นชั่วคราว และจะค่อยๆหายไปเอง 

 

คำแนะนำก่อนการตัดสินใจใช้เลเซอร์เพื่อความงาม

สิ่งสำคัญอันดับแรก สำหรับการตัดสินใจเลือกรักษาด้วยเลเซอร์คือควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจำเป็นหรือไม่ บางภาวะอาจไม่จำเป็นต้องรักษา บางกรณีอาจรักษาได้ด้วยการใช้ยาโดยที่ไม่จำเป็นต้องทำเลเซอร์ หากต้องทำการรักษาด้วยเลเซอร์ควรรับการรักษากับแพทย์ที่มีความรู้เฉพาะทางด้านผิวหนังและเลเซอร์ เพราะรู้จักโรคและสภาพปัญหา เช่น กระเนื้อเกิดขึ้นที่ชั้นหนังกำพร้า ถ้าแพทย์ไม่ชำนาญอาจยิงเลเซอร์ลึกเกินไปจนทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ ก่อนทำเลเซอร์บางชนิดไม่ควรตากแดดจัด หลังทำเลเซอร์ควรทายาหลังเลเซอร์ ครีมบำรุงผิวและกันแดดตามระยะเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งการปฏิบัติตนหลังทำเลเซอร์ เช่น การโดนน้ำ การหลีกเลี่ยงแสงแดด ซึ่งขึ้นกับชนิดของเลเซอร์ที่ใช้รักษา